ค้นหา
  • Admin

ศูนย์การเรียนรู้ป่าวังจันทร์ การเติบโตไปด้วยกันของคนและป่า

รุ่งอรุณในพื้นที่ป่าฝนเขตร้อนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำและอาหาร หมู่มวลนกขยับปีกขับขานเสียงเจื้อยแจ้ว เสียง จิ๊ด จิ๊ด จิ๊ด จากกระรอกที่กำลังแทะกินผลไม้อย่างเอร็ดอร่อย และเหล่าช้างป่าที่กำลังออกหากิน เราอาจได้ยินชื่อสัตว์เหล่านี้กันบ่อย ๆ ในนิทานอีสป แต่ปัจจุบันเราอาจจะนึกภาพกันยากขึ้นว่าป่าฝนเขตร้อนที่อุดมสมบูรณ์นั้นเป็นอย่างไร เพราะพื้นที่ป่ามีจำนวนลดลงสวนกับจำนวนปีที่เพิ่มขึ้น ในโลกมีพื้นที่ป่าร้อยละ 30 ของผืนแผ่นดิน ซึ่งป่าในประเทศไทยซึ่งเป็นป่าฝนเขตร้อน (tropical rain forest) มีพื้นที่ราว 102 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 0.41 ของแผ่นดินโลก หรือร้อยละ 31.68 ของแผ่นดินไทย



ช้างป่าพ่อ ลูก ร่องรอยการเดินทางผ่านป่าวังจันทร์

เมื่อพื้นที่ป่ามีไม่มาก สัตว์ป่าย่อมมีให้เห็นไม่มากเช่นกัน ช้างป่า สัตว์ที่ขึ้นชื่อคู่บ้านคู่เมืองไทยมาอย่างยาวนาน ไม่อาจพบเห็นได้บ่อยนัก แต่เมื่อปี 2560 มีการพบร่องรอยช้างป่าพ่อ ลูก ในบริเวณศูนย์การเรียนรู้ป่าวังจันทร์ ซึ่งคาดกันว่าทั้งคู่หากินอยู่บริเวณตีนเขาขุนอินทร์พื้นที่ติดกับศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์



ศูนย์การเรียนรู้ป่าวังจันทร์ การออกแบบเพื่อให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล


โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ ของ ปตท. เริ่มขึ้นเมื่อปี 2537 และเสร็จสิ้นไปเมื่อปี 2558 นับเป็นระยะเวลากว่า 21 ปี ในการรังสรรค์พื้นที่สีเขียวบนพื้นที่กว่า 84,615 ไร่ในภาคตะวันออกของประเทศไทย ซึ่งไม่เพียงแต่การปลูกป่าเท่านั้น แต่ยังทำแนวป้องกันไฟป่า พร้อมกับสร้างความเข้าใจแก่ชุมชนเพื่อให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน โดยศูนย์การเรียนรู้ป่าวังจันทร์คือส่วนหนึ่งของโครงการนี้


การดำเนินงานในศูนย์การเรียนรู้ป่าวังจันทร์เริ่มขึ้นเมื่อปี 2557 บนพื้นที่โครงการทั้งหมด 351 ไร่ ถ้าเปรียบให้คนเมืองเข้าใจง่ายคือขนาดที่ใกล้เคียงกับสวนลุมพินี หรือสวนสนุกดรีมเวิลด์ต่อกัน 2 แห่ง ทั้งนี้พื้นที่โครงการถูกจัดสรรเป็น 5 ส่วน คือ พื้นที่แปลงปลูกป่า 219 ไร่ พื้นที่ฟื้นฟูตามธรรมชาติ 68 ไร่ พื้นที่บ่อน้ำและระบบบริหารจัดการน้ำ 48 ไร่ ถนน/เส้นทางศึกษาธรรมชาติ 16 ไร่ และพื้นที่อาคารเรียนรู้ 6 ไร่



แปลงปลูกป่าซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ภายใต้ศูนย์การเรียนรู้ป่าวังจันทร์ (คิดเป็นร้อยละ 62 ของพื้นที่โครงการทั้งหมด) ประกอบด้วย พื้นที่ป่าคาร์บอนต้นแบบ ขนาด 132.9 ไร่ ที่ใช้วิธีการปลูกและจัดเรียงอย่างประณีตให้เหมาะสมกับระบบนิเวศเดิม พื้นที่ฟื้นฟูป่าธรรมชาติและมหัศจรรย์แห่งพรรณไม้ ขนาด 40 ไร่ ปลูกป่าตามทฤษฎี ศ.ดร.อาคิระ มิยาวากิ หรือการปลูกป่าแบบเร่งการเจริญเติบโตตามธรรมชาติผ่านการสร้างเนินดิน และปลูกต้นไม้ด้วยความถี่ พื้นที่วิจัยรูปแบบการปลูกป่า 4 โมเดลที่จะนำไปสู่แนวปฏิบัติการอยู่ร่วมกันของคนและป่าไม้ พื้นที่ 43 ไร่ ที่ ปตท. วิธีการฟื้นฟูป่าไม้เหมาะสมกับระบบนิเวศเดิมไปพร้อมกับมิติการดำรงชีวิตของผู้คน เพื่อส่งเสริมแนวคิดให้คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน แน่นอนว่าแนวคิดการพัฒนาที่ดินและพื้นที่สีเขียวร่วมกันนี้ ต้องไม่คำนึงเพียงแต่ผลลัพธ์ทางด้านระบบสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังต้องตระหนักถึงผลด้านเศรษฐกิจแก่ชุมชนเช่นกัน

4 โมเดลปลูกป่าที่จะนำไปสู่แนวปฏิบัติการอยู่ร่วมกันของคนและป่าไม้


  • ป่าธรรมชาติ วิธีการคัดเลือกและเพาะปลูกพรรณไม้พื้นถิ่น และดั้งเดิม เพื่อพัฒนาดิน น้ำ และระบบนิเวศ เพื่อเน้นการฟื้นฟูพื้นที่ป่าอย่างสอดคล้องกับระบบนิเวศป่าดั้งเดิม

  • ป่าไม้โตเร็ว วิธีการคัดเลือกและเพาะปลูกพรรณไม้โตเร็ว ไม่ว่าจะเป็นไม้พื้นถิ่น หรือไม้ต่างถิ่น เน้นประโยชน์ใช้สอยจากเนื้อไม้เป็นหลัก โดยเมื่อมีการตัดไม้สำหรับการใช้ประโยชน์แล้ว จะมีการปลูกทดแทนตามแนวตัด โมเดลการฟื้นฟูนี้จะให้คุณค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับความสามารถในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับสูง

  • วนเกษตร เป็นการผสานระหว่างเกษตรกรรมและการปลูกป่า โดยไม้ต้นและพืชเกษตรอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล เมื่อพรรณไม้โตขึ้นจะมีการปรับเปลี่ยนชนิดพืชทางการเกษตรที่ปลูกเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ถือเป็นใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

  • ป่าไม้ผล เป็นการฟื้นฟูป่าโดยคัดเลือกและเพาะปลูกผลไม้ป่าและผลไม้เศรษฐกิจ จัดวางองค์กระกอบพรรณไม้อย่างเหมาะสม เพื่อในท้ายที่สุดแล้ว เมื่อพรรณไม้โตเต็มที่จะมีลักษณะคล้ายกับป่าธรรมชาติ นับเป็นการออกแบบที่สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ ไปพร้อมกับการฟื้นฟูระบบนิเวศ



เพราะป่าคือชีวิต ป่าวังจันทร์กับการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์กว่าหนึ่งพันตัน


นับแต่ปี 2557 จวบจนปี 2560 การปลูกป่าในพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ป่าวังจันทร์มีอัตราการรอดตายของต้นไม้มากกว่าร้อยละ 80 และมีปริมาณการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์สะสมถึง 1,260 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ ทดแทนได้กับปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์เฉลี่ยต่อปีของประชากรไทยจำนวน 323 คน


สำหรับใครที่สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์ จังหวัดระยองได้ในวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 9.00-17.00 น.


ข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติม

ดู 2 ครั้ง0 ความคิดเห็น